Bamboo

รายการกบนอกกะลา

posted on 28 May 2012 22:25 by thaimusic  in Bamboo
ขอเชิญชม อ.ภูมิใจ รื่นเริงสาธิตการทำระนาดเอกไม้ไผ่ ในรายการกบนอกกะลา 
 

กบนอกกะลา - ระนาดเอก 25May12   www.youtube.com
Playlist : http://www.youtube.com/playlist?list=PLA48626FEA32CC3FF
 
    
ขอขอบพระคุณบริษัท ทีวีบูรพา และทีมงานกบนอกกะลาทุกคน ที่ทำให้อ.ภูมิใจ  รื่นเริง ได้มีโอกาสนำเสนอวิธีการทำระนาดเอกไม้ไผ่ทำมือแบบอนุรักษ์โบราณ ให้ปรากฏแก่สายตาชาวไทยทางจอโทรทัศน์ และทำให้เยาวชนไทยอีกหลายคนได้รับรู้ความไพเราะของเสียงระนาดเอก อันนุ่มนวล อ่อนหวาน ที่เกิดจากลำไม้ไผ่...
นับเป็นการคืนชีวิตให้แก่ระนาดเอกไม้ไผ่ที่บรรพบรุษไทยได้เคยสร้า่งสรรค์ไว้ในอดีต และเพื่อยื้อชีวิตของไม้ชิงชัน และไม้พะยูงที่กำลังสูญหาย ให้คงอยู่คู่ผืนแผ่นดินไทยตลอดไป

...กว่าจะมาเป็นระนาดไม้ไผ่ เสียงไพเราะ...ของ อ.ภูมิใจ   รื่นเริง...



  
1. คัดสรรไม้ไผ่ที่แก่จัด

  
2.นำไม้ไผ่มาทอนเป็นท่อนๆ

 
 

3. ผ่าซีกไม้ไผ่ ตามขนาดของลูกระนาด 
    ถ้าไม้ไผ่ลำโต ก็จะแบ่งได้ระนาดหลายลูก

 

 
5.ผิวของไม้ไผ่ที่แก่จัด จะเป็นจุดสีขาวๆ เรียกว่า ไข่ปรอท


6. นำไม้ไผ่มาแช่น้ำ ประมาณ 4 เดือน เพื่อไล่ความหวาน
    และมอดจะไม่กิน


 

7. ผึ่งไม้ไผ่ให้แห้ง ประมาณ 6 เดือน ก่อนที่จะนำมาจัดเป็นผืนระนาด


8. ระนาดที่ขูดท้องเพื่อตั้งเสียงและติดตะกั่ว
 
9. เคลือบผิวและร้อยเชือกก็จะได้ผืนระนาดที่สมบูรณ์ มีเสียงที่ไพเราะ

ระนาดไม้ไผ่แบบโบราณ โดย อ.ภูมิใจ   รื่นเริง
โทร. 086-3385304 ,02-7210739 

 

     ขลุ่ยไม้ไผ่เทลาย(Thai Bamboo Flute&Decoration)      
                                                                       โดย อ.จีรนันทน์   รื่นเริง
 
ขอเชิญชมขั้นตอนการเจาะรู ลงบนเลาขลุ่ยไม้ไผ่เทลาย
 
                                      นำเหล็กแหลมเผาไฟ
 
              จี้เหล็กเผาไฟเพื่อเจาะลงบนเลาขลุ่ยที่วางตำแหน่งไว้แล้ว
 
    
                                                ศิลปะบนเลาขลุ่ย
ลายปาก  ลายหกคะเมน ลายรดน้ำ                    ลายตา   ลายกระจับ 
 
  
                                 วีดีทัศน์ขั้นตอนการเจาะรูขลุ่ยไม้ไผ่ แบบโบราณ
 
                                                           * เป็นลายที่คิดขึ้นมาใหม่ 
 
  
                                                    * เป็นลายที่คิดขึ้นมาใหม่ 
              ขลุ่ยเทลายแบบ อ.จีรนันทน์ รื่นเริง และ อ.ภูมิใจ   รื่นเริง    

            ในบรรดาเครื่องดนตรีไทยหลายชนิดทั้งหมดด้วยกันนั้น กล่าวได้ว่า “ขลุ่ย” เป็นเครื่องเป่าที่มีเสียงไพเราะ กล่าวกันว่า เครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่านั้นสามารถเข้าถึงอารมณ์ในการบรรเลงได้มากกว่าเครื่องดนตรีประเภทอื่น ทั้งนี้เนื่องจาก มีลักษณะคล้ายกับเสียงร้องที่ถ่ายทอดออกจากอวัยวะของมนุษย์โดยตรง มากกว่า การดีด การสี หรือการตี รวมถึงการบังคับลมให้มีความหนัก-เบา หรือสั่นพริ้วไหวได้ดั่งใจ จึงไม่แปลกที่ "ขลุ่ย" เป็นเครื่องดนตรีที่คนทั่วไปรู้จักและนิยมเล่นอย่างแพร่หลายที่สุด เพราะไม่เพียงแต่จะซื้อหาง่าย ราคาถูก มีขนาดเล็กและกระทัดรัด สามารถที่จะนำติดตัวไปได้สะดวก ไม่ยุ่งยากในการฝึกหัด นอกจากนี้น้ำเสียงของขลุ่ยยังแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายอารมณ์ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติไว้อย่างเต็มเปี่ยม 

                  ในสมัยที่ผู้เขียนเป็นเด็กเคยได้เห็นและได้ยินเสียงขลุ่ยไม้ไผ่ที่คุณพ่อเป่าให้ลูกๆ ฟังเป็นประจำ สังเกตได้ว่าเป็นขลุ่ยไม้ไผ่ที่มีลวดลายสวยงามแปลกตา ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายเครื่องดนตรีทั่วไป ต่อมาเมื่อเข้าเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษา ขลุ่ยไม้ไผ่ก็ค่อยๆ เลือนหายไป และมีขลุ่ยพลาสติกสีขาวมาแทนที่ พร้อมกับขลุ่ยที่ทำจากไม้เนื้อแข็งต่างๆ เช่น ไม้ชิงชัน ไม้มะเกลืิอ ไม้พญางิ้วดำ เป็นต้น

                   ต่อมาเมื่อผู้เขียนได้ปรารภเรื่อง "ขลุ่ย" กับ อ.ภูมิใจ  รื่นเริง จึงได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขลุ่ยที่มีเสียงไพเราะคือ ขลุ่ยไม้ไผ่  เสียงอันไพเราะของขลุ่่ยไม้ไผ่เกิดจากเยื่อไผ่ด้านในลำขลุ่ย ซึ่งเป็นความพรุนตามธรรมชาติของไม้ไผ่ เป็นทางผ่านของเสียง ทำให้เกิดกระแสเสียงที่นุ่มนวล ถือว่าเป็นเสน่ห์หรืออัตลักษณ์ของไม้ไผ่ที่นำมาทำเครื่องดนตรี รวมไปจนถึง ระนาด และอัีงกะลุง ถ้าจะพูดถึงขลุ่ยไม้ไผ่ นอกจากจะให้เสียงที่ไพเราะแล้ว การทำลวดลายบนเลาขลุ่ยยังเป็นภูมิปัญญาโบราณดั้งเดิมที่น่าสนใจ การเทลายบนขลุ่ยไม้ไผ่ นับเป็นศิลปะเชิงช่างที่ควรอนุรักษ์และสืบทอดเพราะกำลังจะสูญหายไปจากสังคมไทยและวิถีชีวิตของคนไทย เนื่องจากการเทลายขลุ่ย ทำได้ยากและต้องใข้ความอดทนสูง ทำให้ช่างทำขลุ่ยในปัจจุบันเปลี่ยนไปผลิตขลุ่ยไม้เนื้อแข็งและขลุ่ยพลาสติกที่ทำได้ง่ายกว่าและได้เงินเร็วกว่า เป็นผลให้นักดนตรีในปัจจุบันที่ไม่เคยได้ยินเสียงอันไพเราะของขลุ่ยไม้ไผ่กลับหันไปนิยมชมชอบกับขลุ่ยไม้เนื้อแข็งและพยายามสรรหาไม้หายากชนิดต่างๆ มาทำ ด้วยเหตุนี้เองราคาของขลุ่ยจึงสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง... 

                 กว่าจะมาเป็นขลุ่ยเทลาย....



 อ.จีรนันทน์ กำลังทำความสะอาดไม้ไผ่ด้วยอิฐมอญก่อนนำไปเทลาย


                อ.จีรนันทน์ กำลังเทลายขลุ่ยไม้ไผ่


                  ขลุ่ยไทย ลายกระจับ แบบของ อ.จีรนันทน์   รื่นเริง

การเทลาย
 
 

                การทำลวดลายขลุ่ยก็คือกรรมวิธีทำผิวไม้ให้เป็นรอยไหม้อย่างสวยงามด้วยความร้อนที่อุณหภูมิพอเหมาะ ไม้ที่ผิวไม้มีตำหนิเป็นริ้วรอยคือไม้ที่ต้องทำลวดลายเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอย ลวดลายเหล่านี้จะช่วยชดเชยเรื่องผิวไม้เป็นอย่างดี ส่วนไม้ที่มีผิวเกลี้ยงก็พร้อมที่จะถูกทำลวดลายด้วยเช่นกัน หากแต่ช่างจะมีเจตนาเหลือสีผิวไม้ให้คงธรรมชาติแบบเดิมไว้หรือไม่ อุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการเทลาย ได้แก่ ตะกั่ว นำมาใส่กระทะตั้งบนไฟให้หลอมเหลว อุปกรณ์ชิ้นที่สองก็คือ ช้อนเทลาย ซึ่งมีลักษณะเดียวกับทัพพี แต่ช่างมักเรียกกันว่าช้อน ใช้สำหรับตักตะกั่วเทหยอดให้เป็นลายต่างๆ ตามต้องการ ช้อนเทลายนี้แบ่งเป็น 2  ประเภทใหญ่ๆ ตามลักษณะลายที่ต้องการ กล่าวคือ ประเภทแรกที่ใช้เทลายทั่วไปจะมีรอยบากเป็นรูปคล้ายกระจับ อีกประเภทหนึ่งจะมีรูเป็นรูปคล้ายดอกจิกเจาะไว้ใกล้กับขอบทัพพี ประเภทนี้ใช้เฉพาะในการเท “ลายดอก” เท่านั้น
                ในการเทลายขลุ่ย ช่างจะมีท่อนไม้กลมโตยาวพอขนาดมือจับถือเป็นด้ามสวมเข้าทางปลายด้านที่จะนำมาเป็นปากเป่า วางเลาขลุ่ยพาดบนขอบกระทะ พร้อมๆ กับที่มือข้างหนึ่งพลิกหมุนเลาขลุ่ยไปมา มือหนึ่งก็จับช้อนตักตะกั่วเทราดรดลงบนเลาขลุ่ย ประดิษฐ์รอยไหม้ที่เกิดขึ้นให้เป็นลวดลายต่างๆ ขลุ่ยเลาหนึ่งๆ จะใช้เวลาในการเทลายแตกต่างกันไปตามความยากง่ายของลาย ลายที่ง่ายนั้นใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่สำหรับลายที่ยากๆ ช่างต้องใช้ความอดทนเป็นเวลานานนับชั่วโมงก็มี                                                  
 
 
ลายขลุ่ย                

               ขลุ่ยรุ่นเก่าที่มีลวดลายและตกทอดมาถึงปัจจุบัน ถ้าจะนับอายุถอยหลังสืบประวัติกลับไปก็ล้วนอยู่ในสมัยรัตนโกสินทร์ทั้งสิ้น บางลายนั้นเหลือเพียงชื่อให้กล่าวถึงโดยไม่ค่อยได้พบเห็นหรือไม่รู้จักกันเลยก็มี เช่น ลายมะลิโรย ลายมะลิตูม ที่เล่ากันว่าเป็นของ “ครูภู่” ช่างทำขลุ่ยที่มีฝีมือดีที่สุดผู้หนึ่งเมื่อสมัยร้อยปีก่อน และมีลายอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า “ลายรม” มีกรรมวิธียุ่งยากมากกว่าธรรมดาจนช่างรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ไม่นิยมทำกันแล้ว ลายขลุ่ยที่ยังคงทำกัน ได้แก่ ลายดอก ลายหิน ลายรดน้ำ ลายกระจับ ลายหกคะเมน และลายง่ายๆ ที่ไม่ต้องใช้ฝีมือมากนัก เช่น ลายออป่า ( ลายตลก )  

               ลายขลุ่ยนอกจากจะสวยงามแล้ว ยังบ่งบอกถึงระดับคุณภาพที่ดีเลวกว่ากันด้วย ลายที่จัดว่าสวยและใช้ฝีมือมากก็มี ลายดอก ลายหกคะเมน ลายที่สวยรองลงมาก็มีลายสองแถว ลายรดน้ำและลายกระจับ ซึ่งเป็นลายเริ่มต้นของการฝึกหัดเทลาย ส่วนลายที่ง่ายใช้กับขลุ่ยคุณภาพไม่มาตรฐานเรียกว่า “ขลุ่ยพล” คือลายออป่า ที่ทำเป็นเส้นคดโค้งพาดไปมาเหมือนกับลายบนไม้ตะพดไม้ไผ่ และจากตรงนี้เองที่ทำให้เรียกกันอีกชื่อว่า “ลายตลก” ยังมีอีกลายหนึ่งที่พบอยู่ทั่วไปพอๆ กับลายออป่า แต่มีคุณภาพขลุ่ยดีกว่ากัน ก็คือ ลายหิน
 
                 ขลุ่ยไม้ไผ่เทลาย แบบ "บ้านรื่นเริง"
เทลาย โดย อ.จีรนันทน์   รื่นเริง    แต่งเสียง โดย อ.ภูมิใจ   รื่นเริง 
 
ที่มาข้อมูล : เอกสารขลุ่ยหมู่บ้านลาว  คุณลุงจรินทร์   กลิ่นบุปผา
ขอบคุณผู้สนับสนุนข้อมูลและวิทยากรผู้ถ่ายทอดภูมิปัญญา : คุณป้าองุ่น และพี่ชลิต   มาริศรี
       

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ อ.
ภูมิใจ  รื่นเริง 086-3385304,02-7210739
หรือ อ.จีรนันทน์   รื่นเริง 087-5010497  
e-mail : ruenroengthaimusic@gmail.com ,seenam_chiw@hotmail.com