ประวัติผืนและรางระนาดเอกที่มีชื่อเสียง

             หากเปรียบระนาดเอกเป็นเสมือนอาวุธของนักระนาด รางระนาด ก็คงเป็น 
ตัวอาวุธ และ ผืนระนาด เป็นเสมือน คมอาวุธ อาวุธที่ดีนั้นนอกจากจะจับถนัดมือแล้วต้องมีความคมด้วยจึงจะใช้ต่อสู้ศัตรูได้ดี
การบรรเลงระนาดเอกก็เช่นกัน คือ นอกจากตัวรางระนาดและไม้ระนาดจะต้องได้ส่วนและมีความถนัดมือของนักระนาดแล้ว เสียงของผืนระนาดเอกจะต้องมีความคมไพเราะและมีอานุภาพในการสะกดผู้ฟังให้ดื่มด่ำประทับใจด้วย

             ด้วยเหตุผลดังกล่าว นักระนาดเอกทุกคนจึงพยายามเสาะแสวงหาผืนระนาดเอกที่มีเสียงไพเราะน่าฟังไว้เป็นสมบัติประจำตัว หากได้ผืนระนาดที่ถูกใจก็จะเก็บรักษาและดูแลอย่างดี เพื่อเอาไว้ใช้บรรเลงในโอกาสสำคัญๆ เช่นการบรรเลงในงานใหญ่ๆ หรือการบรรเลงประชันกันเป็นต้น
             ผืนระนาดก็เหมือนกับอาวุธ คือ มีประโยชน์ใช้สอยแตกต่างกันเช่น ผืนระนาดที่ใช้บรรเลงให้มีเสียงไพเราะอ่อนหวานมักจะนิยมใช้ผืนที่ทำจาก ไม้ไผ่บง (คำว่าไผ่บงนี้เรียกตามความนิยมของนักดนตรีไทยทั่วไป ที่จริงคือพันธุ์ไม้ไผ่ตงเพราะไม้ไผ่บงนั้นเป็นไม้เนื้ออ่อนนิยมใช้สานทำตะกร้า) ทั้งนี้เพราะผืนระนาดที่เหลาจากไม้ไผ่ให้เสียงนุ่มนวลน่าฟังกว่าไม้ชนิดอื่น ในกรณีของการทำขลุ่ยก็เช่นเดียวกันคือ ขลุ่ยที่ทำด้วยไม้ไผ่จะมีเสียงนุ่มนวลไพเราะน่าฟังกว่าขลุ่ยที่ทำด้วยไม้หรือวัสดุชนิดอื่น นอกจากผืนระนาดไม้ไผ่จะมีเสียงไพเราะน่าฟังแล้ว ยังมีคุณประโยชน์อื่นอีกคือ การเหลาลูกระนาดไม้ไผ่จะมีส่วนกว้างของลูกระนาดโดยเฉลี่ยกว้างกว่าลูกระนาดที่เหลาด้วยไม้เนื้อแข็ง เนื่องจากถ้าเหลาแคบไปเสียงจะอับไม่กังวาน การที่ลูกระนาดไม้ไผ่แต่ละลูกมีความกว้างมากขึ้น ทำให้ผู้ที่ตีระนาดด้วยผืนไม้ไผ่ต้องกินแรงมากขึ้นเพราะต้องเคลื่อนไหวมือกว้างขึ้นตามไปด้วย แต่ก็มีข้อดีคือเป็นการฝึกกำลังแขนไปด้วย เมื่อไปตีผืนระนาดที่มีลูกระนาดแคบลงเช่น ผืนที่เหลาจากไม้เนื้อแข็งจะได้เปรียบเพราะทำให้ตีได้รวดเร็วขึ้น 
            ในบทนี้ จึงขอนำเสนอเรื่องราวและภาพของผืนระนาดเอก ที่เป็นถือว่าเป็นคู่มือของนักระนาดที่มีชื่อเสียง เท่าที่พอจะค้นหาได้มาแสดงไว้เพื่อให้ทราบกันพอเป็นสังเขป  เนื่องจากผืนระนาดเอกที่เป็นของพิเศษคู่มือของนักระนาดที่มีชื่อเสียงเลื่องลือนั้น แต่ละท่านต่างก็ถือเป็นของสูงหรือของต้องห้ามที่มักจะหวงแหน ไม่ค่อยอยากจะให้ใครได้เห็นหรือขอยืมนำมาถ่ายภาพเพื่อบันทึกเป็นประวัติ ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะนำเสนอประวัติความเป็นมาของผืนระนาดเหล่านี้ในช่วงระยะเวลาอันสั้น จำเป็นต้องใช้เวลาในการติดต่อผู้เป็นเจ้าของหรือบุตรหลานหรือผู้สืบสายสกุลของนักระนาดเหล่านั้นพอสมควร
            ผืนระนาดเอกซึ่งมีชื่อเสียงและประวัติความเป็นมาน่าสนใจเท่าที่คณะทำงานพอจะค้นหาและนำข้อมูลมาเสนอในบทนี้มีด้วยกัน 4 ผืน ซึ่งแต่เดิมผืนระนาดเอกเหล่านี้เป็นสมบัติของ หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ปัจจุบันได้เป็นมรดกตกทอดไปยังบุคคลผู้เป็นบุตรหลานและศิษย์ของท่านสามคนด้วยกัน ดังนี้

1) ผืนระนาดเอก ทับทิม

 
            ผืนระนาดเอกผืนแรกที่จะขอนำมากล่าวถึงคือผืนระนาดที่ชื่อว่า "ทับทิม" ผืนระนาดเอกผืนนี้เป็นผืนระนาดเอกที่เหลาจากไม้ชิงชัน ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งและมีสีออกแดงเข้มจัดพิเศษจึงเรียกว่า ทับทิมซึ่งมีความหมายถึงสีของเมล็ดทับทิมที่มีสีแดงเข้มสะดุดตา ระนาดผืนนี้เป็นผืนที่ท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯใช้สำหรับตีประชันฝีมือกับวงต่างๆ เนื่องจากเสียงของระนาดเอกผืนนี้มีความสดใสไพเราะและ มีเสียงแกร่งกร้าวเหมาะสำหรับการบรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ไม้แข็ง ผืนระนาดเอกทับทิมนี้เป็นมรดกตกทอดมายังอาจารย์ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) ซึ่งเป็นบุตรชายคนโตของท่านครู หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) และยังคงเก็บรักษาไว้ที่บ้านซอยพร้อมพงศ์ สุขุมวิท 39

2) ผืนระนาดเอก จำปา

 
            ผืนระนาดเอกอีกผืนหนึ่งของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ซึ่งมีประวัติความเป็นน่าสนใจคือผืนระนาดเอกที่ชื่อ "จำปา" ระนาดผืนนี้เป็นระนาดที่เหลาจากไม้ไผ่บง (ไผ่ตง) แต่เดิมมีสีออกไปทางเหลืองเข้มคล้ายสีของดอกจำปา จึงมีชื่อเรียกว่าจำปา ผืนระนาดจำปามีคุณลักษณะพิเศษที่สำคัญคือ มีเสียงอ่อนหวานนุ่มนวลไพเราะเป็นพิเศษ จนท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯถึงกับสลักข้อความไว้ที่ด้านล่างของลูกระนาดว่า "รัก คู่มือ" พร้อมทั้งสลักวันที่เอาไว้ด้วย 
ผืนระนาดเอกจำปานี้ นอกจากจะมีเสียงอ่อนหวานนุ่มนวลไพเราะเป็นพิเศษแล้ว ลูกระนาดยังมีความกว้างเป็นพิเศษด้วย ดังนั้นผู้ที่ตีระนาดผืนนี้จะต้องใช้กำลังแขนมากเป็นพิเศษ ท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯจึงใช้ผืนระนาดเอกจำปาเพื่อฝึกไล่มือ หรือใช้บรรเลงเพลงที่ต้องการเน้นความไพเราะอ่อนหวานเป็นพิเศษเท่านั้น
อาจารย์ขวัญชัย ศิลปบรรเลง (เสียชีวิตไปนานแล้ว) ซึ่งเป็นลูกชายคนที่สองของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯ เป็นผู้ที่ได้รับมอบผืนระนาดเอกจำปาไว้เป็นมรดก แต่ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตได้มอบผืนระนาดเอกจำปานี้ให้แก่ อาจารย์ประสิทธ์ ถาวร ซึ่งเป็นศิษย์เอกของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯ ซึ่งอาจารย์ประสิทธิ์ ถาวรได้เก็บรักษาระนาดเอกผืนนี้ไว้อย่างดีจนถึงปัจจุบัน 

ผืนระนาดเอกจำปานี้ไม่ได้ใช้บรรเลงแล้ว ปัจจุบันอาจารย์ประสิทธิ์ ถาวร เก็บรักษาบูชาไว้อย่างดี เพราะเป็นผืนระนาดเอกที่ถือว่าเป็นผืนคู่มือคู่ใจของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ(ศร ศิลปบรรเลง)

3) ผืนระนาด (ย.ท.)

 
                 ผืนระนาดผืนที่สามที่มีชื่อเสียงของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ(ศร
ศิลปบรรเลง)นั้นมีชื่อย่อว่า "ย.ท." ซึ่งเป็นพระนามย่อของ พลโท สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ทรงโปรดและสนับสนุนการดนตรีมาก ทรงมีวงดนตรีประจำวังที่เรียกว่า วงวังลดาวัลย์ ต่อมาเมื่อทรงสร้างวังขึ้นใหม่คือวังบางคอแหลมได้ย้ายนักดนตรีมาประจำที่วง นี้เป็นจำนวนมากแล้วตั้งชื่อว่า
วงวังบางคอแหลม นักดนตรีส่วนใหญ่มาจาก วงวังบูรพาภิรมย์ มีหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เป็นครูฝึกซ้อม มีจางวางผาด ปัญจโกวิทย์ เป็นผู้ควบคุมวง นักดนตรีในวงนี้ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันในยุคต่อมาเช่น
นายรวม พรหมบุรี ระนาดเอก
เรืออากาศเอก โองการ กลีบชื่น ฆ้องวงเล็ก
นายรอด อักษรทับ ระนาดเอก ฆ้องวง
นายเผือด นักระนาด ระนาดเอก
นางจิ้มลิ้ม ธนาคม นักร้อง
 
            วงดนตรีวังบางคอแหลม ได้ชื่อว่าเป็นวงดนตรีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดวงหนึ่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ โดยหลวงประดิษฐไพเราะฯซึ่งเป็นครูผู้ควบคุมวง ได้แต่งเพลงขึ้นเป็นเอกลักษณ์สำคัญประจำวงไว้หลายเพลงอาทิเช่น เพลงแขกลพบุรีทางวังบางคอแหลม และ เพลงเชิดจีนทางวังบางคอแหลม เป็นต้น    สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ทรงโปรดมากจึงให้ นายมั่น ตาปนานนท์ ซึ่งเป็นช่างฝีมือเอกในการทำผืนระนาดในยุคนั้น เหลาระนาดที่ทำด้วยไม้ไผ่ขึ้นมาเป็นพิเศษผืนหนึ่ง โดยสลักพระนามย่อไว้ที่ด้านหลังของผืนแล้วทรงประทานให้หลวงประดิษฐไพเราะฯ นักดนตรีจึงเรียกระนาดผืนนั้นว่า "ผืนระนาด ย.ท." ติดปากกันเรื่อยมา ปัจจุบันระนาดผืนนี้เป็นมรดกตกทอดอยู่กับ อาจารย์ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลงเช่นเดียวกับผืนระนาดเอกทับทิม

4) ผืนระนาด แม่ลาย
 
 
                ผืนระนาดเอกผืนที่สี่ของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)
ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไปคือผืนระนาดที่มีชื่อว่า "แม่ลาย" ผืนระนาดแม่ลายเป็นผืนที่ทำด้วยไม้ไผ่ที่มีลายแปลกตาจึงเรียกว่าแม่ลาย เป็นผืนระนาดที่มีเสียงไพเราะมากอีกผืนหนึ่ง และเป็นสมบัติส่วนตัวของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯที่ได้มอบเป็นมรดกแก่ลูกชายคนที่สามคือ นาวาเอกพิเศษสมชาย ศิลปบรรเลง ร.น. (ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ที่บ้านถนนอรุณอัมรินทร์ใกล้กับกรมอู่ทหารเรือ) นาวาเอกสมชาย ศิลปบรรเลง ได้เก็บรักษาผืนระนาดเอกแม่ลายไว้บน "เรือนเครื่อง" ซึ่งเป็นที่เก็บของเครื่องดนตรีไทยมากมายหลายชนิดและ ยังนำระนาดผืนนี้ออกมาบรรเลงบ้างในโอกาสที่เห็นว่าสมควร

ขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล และภาพ
   http://www.culture.go.th/knowledge/story/ranad/chap6/fc6s7p1.htm 
         
ผมได้รับเกียรติจากมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ โดยการติดต่อจากครูเอ้ (อ.อัษฎาวุธ  สาคริก)
ให้นำระนาดเก่าที่เป็นสมบัติของครูหลวงประดิษฐไพเราะซึ่งชำรุดมาซ่อม  ๑ในนั้นมีระนาดของครูเตือน  
พาทยกุล ศิลปินแห่งชาติรวมอยู่ด้วย ดังปรากฏในภาพด้านล่างครับ

 

     ผืนระนาดไม่ไผ่ของครูหลวงประดิษฐไพเราะ ก่อนซ่อมและหลังซ่อม


 ผืนระนาดของครูหลวงประดิษฐไพเราะอีกผืน ที่ อ.ภูมิใจเป็นผู้ซ่อม ก่อนและหลังซ่อม

Comment

Comment:

Tweet

อยากรู้วิธีทำsad smile

#2 By (49.230.177.83|49.230.177.83) on 2014-06-08 11:22

confused smile  อยากได้ประโยชน์ระนาดเอก

#1 By มายด์ (172.168.4.164, 202.143.142.172) on 2013-09-11 12:53